นวัตกรรมเม็ดฟู่ ศาสตร์ชะลอวัย

สายพานรถยนต์ (Automotive Belt)

สายพานรถยนต์

สายพานรถยนต์ (Automotive Belt)


สายพานเป็นอุปรณ์อีกชนิดที่ใช้ในการถ่ายทอดกำลังจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบและความเหมาะสม โดยปกติแล้ววีธีที่ใช้ในการถ่ายทอดกำลังเชิงกลที่นิยมใช้กันมีดังนี้

  1. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้เฟือง
  2. ถ่ายทอดกำลังโดยการคับปลิ้ง(Coupling) หรือที่เรียกว่ายอย(เพลากลาง)
  3. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้เพลา
  4. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้ลูกเบี้ยว
  5. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้สายพาน
  6. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้โซ่
  7. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้น้ำมัน
  8. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้สาย เช่น สายเบรกมือ, สายคลัตช์(ในรถบางรุ่น)

ชนิดของสายพานที่ใช้ในรถยนต์

  1. สายพานแบบ V (V-Belts) ขนาดที่ใช้กันส่วนมากคือ 9.5 และ 12.5 เช่น 9.5*1000
    • 9.5 คือ ความกว้างของสันสายพานด้านนอก (มม.)
    • 1000 คือ ความยาวด้านนอกของสายพาน (มม.)
  2. สายพานแบบร่อง V (V-Multi-Ribbed Belts) ส่วนมากที่ใช้กันจะมี 3-6 ร่อง(3PK-6PK) ตัวอย่างเช่น 4PK870
    • 4 คือ เป็นสายพานแบบ 4 ร่องฟัน
    • PK คือ ขนาดมาตรฐานของสายพาน (section) แบบ PK
    • 870 คือ ความยาวของสายพานด้านนอก มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
  3. สายพานแบบ Synchronous (Synchronous Drive Belts) จะเป็นสายพานในรูปแบบของสายพานไทม์มิ่ง

คุณสมบัติของสายพานที่ดี

  1. ทนต่อน้ำมันเครื่อง
  2. ทนความร้อนได้สูง
  3. ยืดหยุ่นได้ดี
  4. ไม่นำไฟฟ้า

สิ่งที่ควรตรวจสอบเกี่ยวกับสายพาน

  1. รอยแตก ฉีดขาด
  2. ความตึง-หย่อน
  3. เสียงดังที่เกิดจากลูกปืนลูกลอกสายพาน
  4. เสียงดังจากตัวสายพาน
  5. เกิดเสียงดังขณะติดเครื่องยนต์ใหม่ๆ และดังสักพักหนึ่งแล้วเงียบไปเมื่อเครื่องร้อนแสดงว่าสายพานแห้ง ให้เปลี่ยนใหม่
  6. แก้เสียงดังจากสายพานได้โดยใช้สบู่ถูที่บริเวณด้านข้างของสายพานให้ทั่ว

การใส่สายพานที่ผิดและสภาพสายพานที่หมดอายุ

ผลจากการที่สายพานหย่อน

  1. ถ้าสายพานหย่อนเกินไปจะทำให้มีเสียงดังขณะเร่งเครื่อง
  2. ปั๊มน้ำหมุนช้า ทำให้เครื่องยนต์ร้อน
  3. ไดชาร์ทหมุนช้าทำให้ไฟชาร์จเช้าแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ
  4. ต้องใช้แรงในการเหยียบเบรกมากขึ้น (สำหรับรถยนต์เครื่องดีเซล)

ไม่ควรปล่อยให้สายพานชำรุดจนขาดแล้วจึงทำการเปลี่ยน

ตัวอย่างชนิดของสายพานรถยนต์ต่างๆ

  • สายพานร่อง V แบบ A และ M เป็นสายพานที่ใช้ถ่ายทอดกำลัง ที่ใช้อย่างแพร่หลายที่สุด ส่วนใหญ่จะมีขนาดหน้ากว้าง 9.5 และ 12.5 มิล

  • สายพานร่อง V ตามยาว เป็นสายพานที่รวมข้อดีทางด้านความยืดหยุ่นในการงอตัว (Flexibility) ของสายพานแบบแบน (Flat belt) กับประสิทธิภาพในการส่งกำลังของสายพานร่องวี (V-Belt)

  • สายพานร่อง V แบบ B  เป็นสายพานที่ใช้ในการส่งกำลังที่มีหน้ากว้างกว่าแบบ A ทำให้รับโหลดได้สูงกว่า ส่วนใหญ่่จะมีหน้ากว้า 17 มิล

  • สายพานร่อง V แบบ B มีฟันเฟือง(Raw Edge V Belts) ส่วนใหญ่่จะมีหน้ากว้า 17 มิล

  • สายพานราวลิ้น(สายพานฟันเฟือง)

Online Marketing
ออนไลน์คือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก สมัครวันนี้เรียนฟรี รับจำนวนจำกัด คลิ๊กเลย!