Sep 122011
 

สายพานเป็นอุปรณ์อยู่หนึ่งที่ใช้ในการถ่ายทอดกำลังจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบและความเหมาะสม โดยปกติแล้ววีธีที่ใช้ในการถ่ายทอดกำลังเชิงกลที่นิยมใช้กันมีดังนี้

  1. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้เฟือง
  2. ถ่ายทอดกำลังโดยการคับปลิ้ง(Coupling) หรือที่เรียกว่ายอย(เพลากลาง)
  3. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้เพลา
  4. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้ลูกเบี้ยว
  5. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้สายพาน
  6. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้โซ่
  7. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้น้ำมัน
  8. ถ่ายทอดกำลังโดยใช้สาย เช่น สายเบรกมือ, สายคลัตช์(ในรถบางรุ่น)

ชนิดของสายพานที่ใช้ในรถยนต์

  1. สายพานแบบ V (V-Belts) ขนาดที่ใช้กันส่วนมากคือ 9.5 และ 12.5 เช่น 9.5*1000
      • 9.5 คือ ความกว้างของสันสายพานด้านนอก (มม.)
      • 1000 คือ ความยาวด้านนอกของสายพาน (มม.)
      1. สายพานแบบร่อง V (V-Multi-Ribbed Belts) ส่วนมากที่ใช้กันจะมี 3-6 ร่อง(3PK-6PK) ตัวอย่างเช่น 4PK870
          • 4 คือ เป็นสายพานแบบ 4 ร่องฟัน
          • PK คือ ขนาดมาตรฐานของสายพาน (section) แบบ PK
          • 870 คือ ความยาวของสายพานด้านนอก มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
          1. สายพานแบบ Synchronous (Synchronous Drive Belts) จะเป็นสายพานในรูปแบบของสายพานไทม์มิ่ง

          คุณสมบัติของสายพานที่ดี

          1. ทนต่อน้ำมันเครื่อง
          2. ทนความร้อนได้สูง
          3. ยืดหยุ่นได้ดี
          4. ไม่นำไฟฟ้า

          สิ่งที่ควรตรวจสอบเกี่ยวกับสายพาน

          1. รอยแตก ฉีดขาด
          2. ความตึง-หย่อน
          3. เสียงดังที่เกิดจากลูกปืนลูกลอกสายพาน
          4. เสียงดังจากตัวสายพาน
          5. เกิดเสียงดังขณะติดเครื่องยนต์ใหม่ๆ และดังสักพักหนึ่งแล้วเงียบไปเมื่อเครื่องร้อนแสดงว่าสายพานแห้ง ให้เปลี่ยนใหม่
          6. แก้เสียงดังจากสายพานได้โดยใช้สบู่ถูที่บริเวณด้านข้างของสายพานให้ทั่ว

          การใส่สายพานที่ผิดและสภาพสายพานที่หมดอายุ

          ผลจากการที่สายพานหย่อน

          1. ถ้าสายพานหย่อนเกินไปจะทำให้มีเสียงดังขณะเร่งเครื่อง
          2. ปั๊มน้ำหมุนช้า ทำให้เครื่องยนต์ร้อน
          3. ไดชาร์ทหมุนช้าทำให้ไฟชาร์จเช้าแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ
          4. ต้องใช้แรงในการเหยียบเบรกมากขึ้น (สำหรับรถยนต์เครื่องดีเซล)

          ไม่ควรปล่อยให้สายพานชำรุดจนขาดแล้วจึงทำการเปลี่ยน

          ตัวอย่างชนิดของสายพานรถยนต์ต่างๆ

          • สายพานร่อง V แบบ A และ M เป็นสายพานที่ใช้ถ่ายทอดกำลัง ที่ใช้อย่างแพร่หลายที่สุด ส่วนใหญ่จะมีขนาดหน้ากว้าง 9.5 และ 12.5 มิล

          • สายพานร่อง V ตามยาว เป็นสายพานที่รวมข้อดีทางด้านความยืดหยุ่นในการงอตัว (Flexibility) ของสายพานแบบแบน (Flat belt) กับประสิทธิภาพในการส่งกำลังของสายพานร่องวี (V-Belt)

          • สายพานร่อง V แบบ B  เป็นสายพานที่ใช้ในการส่งกำลังที่มีหน้ากว้างกว่าแบบ A ทำให้รับโหลดได้สูงกว่า ส่วนใหญ่่จะมีหน้ากว้า 17 มิล

          • สายพานร่อง V แบบ B มีฟันเฟือง(Raw Edge V Belts) ส่วนใหญ่่จะมีหน้ากว้า 17 มิล

          • สายพานราวลิ้น(สายพานฟันเฟือง)

           Leave a Reply

          (required)

          (required)

          You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>