Jan 162014
 

การดูแลรักษาหม้อน้ำ และฝาหม้อน้ำ

 

หม้อน้ำเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ระบายความร้อนให้กับน้ำที่ไปหล่อเย็นให้กับเครื่องยนต์ โดยอาศัยปั๊มน้ำเป็นตัวหมุนเวียนน้ำ โดยน้ำจะไหลเข้าด้านล่าง (ท่อยางหม้อน้ำล่าง) ซึ่งท่อน้ำจะต่ออยู่กับคอห่านตัวล่าง แล้วไหลผ่านโพรงต่างๆ ในเครื่องยนต์ กลับออกมาที่ด้านบน (ผ่านท่อยางหม้อน้ำบน) ซึ่งต่ออยู่กับคอห่านตัวบน กลับมาที่หม้อน้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยมีวาล์วน้ำ (เทอร์โมสตัท) ในการควบคุมอุณหภูมิของน้ำ ในขณะที่ยังไม่ถึงอุณหภูมิที่กำหนด เพื่อให้น้ำในระบบร้อนเร็วขึ้นเพื่อลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ และในขณะที่ความดันเกินที่กำหนด น้ำในระบบก็จะดันออกถังพักน้ำผ่านฝาหม้อน้ำ และเมื่อความดันลดต่ำลง น้ำก็จะถูกดูดกลับจากถังพักน้ำเข้ามาใหม่ ในสภาพสุญญากาศ ในส่วนของความร้อนของน้ำ จะถูกระบายความร้อนโดยการไหลผ่านรังผึ้งของหม้อน้ำ และอาศัยพัดลมซึ่งขับเคลื่อนโดยพลังงานจากเครื่องยนต์ในกรณีที่ เครื่องยนต์วางตามยาวตัวรถ (รถที่ขับเคลื่อนล้อหลัง) โดยความเร็วของพัดลมจะถูกควบคุมโดยฟรีปั๊ม (คลัตช์พัดลมหม้อน้ำ) โดยในฟรีปั๊มจะเติมด้วย น้ำยาซึ่งมักเรียกกันว่า น้ำยาฟรีปั๊ม (Oil Silicon) ส่วนรถที่วางเครื่องตามขวางจะใช้พัดลมไฟฟ้าทำหน้าที่แทน (รถที่ขับเคลื่อนล้อหน้า) โดยอาศัยสวิทส์พัดลม (ตรวจจับอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ไหลกลับออกมา) ทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของตัวพัดลม นอกจากนี้ในเครื่องยนต์อาจจะมีช่องที่ให้น้ำไหลออกไปเพื่อให้ความ อบอุ่นกับผู้ใช้รถในห้องโดยสาร (ในเมืองที่หนาว) สำหรับในเมืองร้อนจะใช้ยางอุดไว้ และมักเรียกกันว่า ยางอุดตาน้ำ บางท่านก็เรียกยางรองขาโต๊ะก็มี

สิ่งที่ควรตรวจสอบเป็นประจำคือ

  1. ท่อยางหม้อน้ำบน-ล่าง (ท่อน้ำบนจะมีอายุสั้นกว่าท่อน้ำล่าง เพราะอุณหภูมิของน้ำสูงกว่า) ท่อน้ำที่หมดอายุจะบวมและแข็ง ท่อน้ำล่างอาจจะแฟ๊บเพราะแรงดูดจากปั๊มน้ำ
  2. วาล์วน้ำ (ถ้าเสีย จะทำให้อุณหภูมิของรถขึ้นสูงผิดปกติ)
  3. ฝาหม้อน้ำ ถ้าเสียหรือรั่ว จะทำให้ไม่เกิดสภาพสุญญากาศ เมื่อน้ำถูกดันออกมาถังพักจะไม่ถูกดูดกลับเข้าไป และจะต้องระมัดระวังในการเปลี่ยนด้วย เพราะฝาหม้อน้ำบางรุ่นใช้แทนกันไม่ได้
  4. น้ำในถังพักน้ำ จะต้องอยู่ที่ระดับ FULL
  5. สายยางจากหม้อน้ำไปยังถังพักน้ำ
  6. สวิตช์พัดลม (ในกรณีที่ใช้พัดลมไฟฟ้า)
  7. ฟรีปั๊ม (คลัตช์พัดลม), น้ำยาฟรีปั๊ม
  8. พัดลมไฟฟ้า (ทำงานโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่ทำงานให้ตรวจเช็คฟิวส์เป็นอันดับแรก)
  9. หม้อน้ำ
  10. ยางอุดตาน้ำ (จะบวม)
  11. น้ำยาหล่อเย็น (ใช้เติมเพื่อเพิ่มจุดเดือดของน้ำ และป้องกันสนิม)
  12. ใบพัดลมหม้อน้ำ ไม่แตกร้าวเสียหาย
  13. การรั่วไหลของน้ำบริเวณหม้อน้ำ ก๊อกถ่ายน้ำ(หางปลาหม้อน้ำ)
  14. คอห่านบน-ล่าง (จะผุตามกาลเวลา)
  15. แป๊บราวน้ำ
  16. ถังพักน้ำ (จะมีช่องหายใจด้วย)
  17. ปั๊มน้ำ
  18. เกจความร้อนในห้องโดยสาร
  19. สายพานปั๊มน้ำ
    ให้เพื่อนๆ ลองคิดเองนะครับว่า อุปกรณ์แต่ละอย่างถ้าทำงานไม่ปกติ จะเป็นอย่างไร

หมายเหตุ

  1. ควรเติมน้ำยาหล่อเย็น เพื่อเพิ่มจุดเดือดของน้ำและป้องกันสนิม
  2. ไม่ควรตรวจเช็คเฉพาะน้ำในถังพักน้ำเท่านั้น จะต้องเปิดฝาหม้อน้ำออกมาตรวจเช็คด้วย
  3. ไม่ควรถอดวาล์วน้ำทิ้ง
  4. ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อน ให้จอดพักไว้ประมาณ 30 นาที แล้วถึงจะเปิด
  5. ท่อยางหม้อน้ำบวมหรือแตก อาจเนื่องมาจากการใช้ฝาหม้อน้ำที่ไม่ได้คุณภาพ คือมีสปริงลิ้นระบายความดันของหม้อน้ำแข็งเกินไป หรือสปริงลิ้นอ่อนเกินไปก็จะทำให้น้ำในหม้อน้ำถูกดันไปยังถังพักได้ง่าย และน้ำในหม้อน้ำเดือดเร็วขึ้น

วีธีเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ ในขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ จะมีความดันเกิดขึ้นในระบบหล่อเย็น ถ้าเราเปิดฝาหม้อน้ำทันทีทันใด จะทำให้น้ำร้อนในระบบหล่อเย็นพุ่งออกมา ถ้าจำเป็น ต้องเปิดในขณะเครื่องยนต์ร้อน จึงต้องมีวิธีการดังต่อไปนี้

  1. ใช้ผ้าคลุมปิดฝาหม้อน้ำไว้ แล้วค่อยๆ คลายฝาหม้อน้ำออกล๊อคที่หนึ่ง (จะมีอยู่สองล๊อค) เพื่อให้ความดันไหลออก รอจนไอน้ำไหลออกจนหมด
  2. คลายฝาหม้อต่อไป จนถึงล๊อคที่สอง ถ้าไม่มีไอน้ำไหลออกมาอีก แสดงว่าความดันลดลงแล้ว
  3. ค่อยๆ เปิดฝาหม้อน้ำออกมา

ฝาหม้อน้ำ

  1. ฝาหม้อน้ำที่ใช้เป็นฝาแบบใช้ความดัน เพื่อให้มีความดันในระบบสูงกว่าความดันบรรยากาศเล็กน้อย ทำให้ระบบทำงานได้ที่ความร้อนสูงกว่าไม่มีความดัน และช่วยให้จุดเดือดของน้ำเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเดินทางขึ้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล
  2. ฝาหม้อน้ำแบบความดันที่ใช้โดยทั่วไป (ในรถบางรุ่น) จะเพิ่มความดันในหม้อน้ำเป็น 0.9 กก./ตร.ซม. (14 ปอนด์/ตารางนิ้ว) ทำให้น้ำมีจุดเดือดที่ 118 องศาเซลเซียส เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการหล่อเย็น
  3. ฝาหม้อน้ำจะมีวาล์วอยู่ 2 ตัว วาล์วตัวแรก(ใหญ่) จะเปิดเมื่อความดันในระบบถึงจุดกำหนด และดันน้ำออกไปยังถังพักน้ำ วาล์วตัวที่สอง(เล็ก) จะดูดน้ำจากถังพักน้ำกลับมาที่ระบบเมื่อความดันในระบบต่ำลง

ฝาหม้อน้ำชำรุด

  1. ซีลยางชำรุด ทำให้น้ำเดือดเร็วและน้ำในถังพักน้ำสำรองจะไม่ไหลกลับไปยังหม้อน้ำ ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด
  2. สปริงวาล์วระบายความร้อนอ่อนเกินไป เนื่องจากใช้งานมานานทำให้น้ำเดือดเร็ว เนื่องจากหมดอายุการใช้งาน
  3. วาล์วสุญญากาศชำรุด ทำให้น้ำในถังพักน้ำไม่ถูกดึงกลับไปยังหม้อน้ำ และทำให้ภายในหม้อน้ำเกิดสุญญากาศ ความดันบรรยากาศ ภายนอกจะดันให้หม้อน้ำยุบ และท่อยางหม้อน้ำยุบตัว
 Posted by at 8:45 pm

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>